Content Marketing ถือว่าเป็นคำที่ได้ยินบ่อยจนหูชาในวงการการตลาดออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุดผมมีโอกาสได้ไปงาน Spark Conference ซึ่งเป็นงานที่ให้ความรู้ด้าน Digital Marketing ก็มีการพูดถึง Content Marketing เยอะมาก

น่าแปลกที่หลายคนยังไม่เข้าใจว่า Content Marketing คืออะไร ทั้งที่บางครั้งคนนั้นก็เอาคำว่า “Content Marketing” ไปพูดถึงระหว่างการประชุมแผนการตลาดในบริษัท เพียงเพราะเห็นว่ามันเป็นเทรนด์การตลาดล่าสุดในขณะนั้น

จึงเป็นที่มาของบทความนี้ครับ ผมไปรวบรวมข้อมูลจากที่ได้ฟังมาในงานต่าง ๆ รวมถึงจากผู้เชี่ยวชาญด้าน Content Marketing ในต่างประเทศหลายคน แล้วมาสรุปให้อ่านกันง่าย ๆ ว่าสุดท้ายแล้วมันคืออะไรกันแน่ แล้วทำไมถึงต้องใช้

Content Marketing คืออะไร

มารู้จักกับคำว่า Content Marketing กันก่อนครับ โดยสรุปแล้ว มันคือ

Content Marketing คือ เทคนิคด้านการตลาด ในการสร้างและแจกจ่าย Content ที่มี “คุณค่า” กับกลุ่มเป้าหมาย โดยมีจุดประสงค์ให้กลุ่มเป้าหมายกลับมาสร้างรายได้ให้เรา

สำหรับ Content ในที่นี้สามารถเป็นเนื้อหาในสื่อใดก็ได้นะครับ ตัวอย่างของสื่อที่ได้รับความนิยมมาก ก็คือ:

  1. บทความ = ข้อเขียนในหน้าเว็บไซต์ต่าง ๆ อาจจะเป็นโพส Facebook หรือเนื้อหายาว ๆ ในเว็บไซต์ก็ได้
  2. กราฟฟิก = ก่อนหน้านี้ก็มีเทรนด์การทำ Infographic สวย ๆ ที่ย่อข้อเขียนยาว ๆ ให้อ่านง่ายขึ้นด้วยรูปเข้าใจง่าย โพสลงใน Facebook แล้วได้รับความนิยมมาก ถึงขนาดมีบริษัทที่เปิดขึ้นมารับทำ Infographic โดยเฉพาะเลย
  3. วีดิโอ = การทำวีดิโอได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะมี Youtube.com ที่แบรนด์สามารถสร้าง Video Channel ของตัวเองได้ฟรี แถมมีฐานผู้ใช้มหาศาล ซึ่งถ้าติดตาม Cannes Award จะเห็นวีดิโอได้รางวัลหลายตัวเลยที่สร้างขึ้นมาทำ Content Marketing
  4. รายการวิทยุ (Podcast) = ถึงในไทยจะไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไหร่ แต่ในต่างประเทศการอัดเสียงตัวเองพูดเรื่องอะไรสักอย่างเป็นเหมือนรายการวิทยุ แล้วเผยแพร่ทาง iTune, เว็บไซต์ส่วนตัว เป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมมากครับ คนที่พูดเก่ง ๆ กลายเป็นคนดัง มีคนเชิญไปเป็น Speaker ในงานต่าง ๆ มากมายเลยทีเดียว

Content Marketing คือการสร้าง “คุณค่า”

คำว่า “คุณค่า” (Value) ถือเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญของ Content Marketing ครับ ไม่ว่าเราจะทำ Content สื่อใดก็แล้วแต่ ถ้ามันมี “คุณค่า” กับกลุ่มเป้าหมายของเรา ยังไงกลุ่มเป้าหมายของเราก็ต้องเข้ามาดู Content ของเราครับ

ตัวอย่างง่าย ๆ ของการสร้างคุณค่า เช่น เว็บไซต์ Designil.com เขียนบทความเกี่ยวกับเรื่อง Web Design ที่ละเอียดมาก ๆ และอัพเดทเรื่องใหม่ ๆ น่าสนใจตลอดเวลา – แบบนี้ถือเป็นการสร้าง Content ที่มี “คุณค่า” ครับ ทำให้คนที่สนใจเรื่อง Web Design ต้องแวะเข้ามาอ่านทุกครั้งที่เห็นใน News Feed

อย่างไรก็ตาม คำว่า “คุณค่า” ไม่ได้หมายถึงความรู้ที่มีประโยชน์เท่านั้น ขอแค่เป็น Content ที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายก็ได้เช่นกัน

ตัวอย่าง วีดิโอของ Disney ใน Youtube ที่มีคนดูกว่า 7 ล้านคน (แนะนำให้ดูให้จบครับ สนุกมาก) – คลิปนี้โดน Disney ลบไปรอบนึงครับ มีคนอัพใหม่ให้เรียบร้อย

จะเห็นว่าเนื้อหาวีดิโอเหมาะกับกลุ่มเป้าหมายของผู้มาท่องเที่ยวใน Disneyland อย่างมาก นั่นก็คือ คนวัยหนุ่มสาวที่มาเที่ยว Disneyland กับแฟน ชอบความสนุกสนาน ชอบเพลงสไตล์ Disney ซึ่งทำให้ Content นี้มี “คุณค่า” และประสบความสำเร็จอย่างมาก

การทำ Content Marketing มันต่างกับการตลาดทั่วไปยังไง

พอเรารู้แล้วว่า Content Marketing มันคือการทำ Content แล้วเผยแพร่ออกไป อาจจะสงสัยว่ามันต่างกับการตลาดทั่ว ๆ ไปอย่างไรใช่มั้ยครับ

ผมขออธิบายความแตกต่างด้วยรูปเข้าใจง่าย ๆ จาก @attachmedia แล้วกันครับ

ความแตกต่างของการตลาดแบบเดิม (Traditional Marketing) กับ Content Marketing - ขอบคุณรูปจาก @attachmedia

ความแตกต่างของการตลาดแบบเดิม (Traditional Marketing) กับ Content Marketing – ขอบคุณรูปจาก @attachmedia

การตลาดแบบเดิมที่เราทำกันทั่วไป หรือ Traditional Marketing

ให้ลองนึกถึงโฆษณาในทีวีครับ เป็นการตลาดที่ต้องขัดจังหวะ (Interrupt) กลุ่มเป้าหมายเพื่อนำเสนอ

ตัวอย่าง ของ Traditional Marketing เช่น เรากำลังดูรายการประกวดร้องเพลงชื่อดังรายการหนึ่งอยู่อย่างมีความสุข แต่แล้วก็ถูกโฆษณายาสีฟันแทรกขึ้นมา หรือเรากำลังดูซีรีย์วัยรุ่นดราม่าอยู่อย่างอิน แต่แล้วก็มีโฆษณามอเตอร์ไซต์โผล่มาเฉยเลย

การตลาดด้วยเนื้อหา หรือ Content Marketing

เป็นการตลาดที่นำเสนอเนื้อหาที่น่าสนใจมาให้กลุ่มเป้าหมายเลือกดูได้ ซึ่งมี “คุณค่า” พอที่ทำให้กลุ่มเป้าหมายต้องดูในที่สุด โดยไม่ทำให้อารมณ์เสีย

ตัวอย่าง ของ Content Marketing เช่น เรากำลังเลื่อน News Feed หาเรื่องมาซุบซิบนินทาเพื่อนใน Facebook แล้วไปเจอเพื่อนเราแชร์บลอคเกี่ยวกับการออกกำลังกายที่เราสนใจอยู่พอดี เลยคลิกเข้าไปดู

ทำไมเราถึงต้องทำ Content Marketing

หลายคนอาจสงสัยว่า ในเมื่อเราทำโฆษณาใน Facebook, Google Adwords, SEO, SEM, PPC ต่าง ๆ แล้ว ก็น่าจะเพียงพอแล้ว ทำไมต้องทำ Content Marketing ด้วยล่ะ

ผมมี Case Study จากคุณ Josh Steimle ซึ่งเป็น CEO ของบริษัท MWI – Digital Agency ที่มีสาขาในหลายประเภท มาเล่าให้ฟังครับ

เค้าบอกว่าก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่า การที่คนจะซื้อของสิ่งหนึ่ง ต้องผ่านช่วงอะไรบ้าง (หลายคนอาจจะเคยได้ยินในคำว่า Customer Journey หรือ Funnel ครับ)

ตัวอย่าง Customer Journey จาก Oracle

ตัวอย่าง Customer Journey จาก Oracle

Customer Journey โดยพื้นฐานแล้วจะแบ่งออกเป็น 4 ข้อนี้ครับ:

  1. Awareness = ลูกค้าอาจไม่รู้ว่าตัวเองต้องการสิ่งนี้มาก่อน เราก็ต้องทำให้เค้ารู้ตัว (Aware)
  2. Research = พอลูกค้ารู้ตัวแล้ว เค้าก็จะหาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้านั้น เช่น คนที่อยากซื้อรถ ก็จะค้นดูว่ามีรถรุ่นไหนบ้างที่เหมาะกับเค้า
  3. Consideration = พอได้ข้อมูลครบแล้ว ลูกค้าก็จะทำการเปรียบเทียบว่าสินค้ารุ่นไหนที่เหมาะกับเค้าที่สุด และซื้อจากไหนที่ได้ราคาเหมาะสมที่สุด
  4. Buy = สุดท้ายเมื่อตัดสินใจได้แล้ว ลูกค้าก็จะทำการสั่งซื้อ

คุณ Josh บอกว่าการตลาดแบบเดิม ๆ (Traditional Marketing) เหมาะมากกับ 2 ข้อหลังใน Customer Journey (Consideration และ Buy)

ส่วน Content Marketing เหมาะสมมากกับ 2 ข้อแรก (Awareness และ Research) โดยการทำให้กลุ่มเป้าหมายรู้ตัว (Aware) ว่ามีสินค้าที่แก้ปัญหาให้เค้าได้อยู่ และให้ความรู้เกี่ยวกับสินค้าผ่านบทความ / วีดิโอต่าง ๆ (Research)

โดยบริษัทของคุณ Josh ได้ลูกค้าเพิ่มขึ้นมา 1000% ในปีที่ผ่านมา จากการทำ Content Marketing ที่ใช้เวลาประมาณ 20 ชั่วโมงเท่านั้น ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าจนกำไรท่วมท้นเลยทีเดียว

เทคนิคการทำ Content Marketing ให้ประสบความสำเร็จ

ขอขอบคุณรูปประกอบ จาก webindiasolutions.com

ขอขอบคุณรูปประกอบ จาก webindiasolutions.com

จริงอยู่ว่าการทำ Content Marketing ไม่มีหลักตายตัว แต่มันมี 5 Factor สำคัญที่ทุกคนต้องรู้ไว้เพื่อให้ Content ออกมาดีครับ นั่นคือ

  1. Content ต้องเพลิดเพลิน – ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาวิชาการยังไง ถ้าอยากให้ Content มีคนดูเยอะก็ต้องปรับให้น่าสนใจครับ ตัวอย่างเช่น คนส่วนใหญ่ไม่อยากนั่งดูคลิปสอนภาษาอังกฤษที่มีอาจารย์ใส่สูทมายืนสอนหน้ากระดาษเสียงเรียบ ๆ แต่อยากดูคลิปสอนภาษาอังกฤษที่อาจารย์แต่งตัวแรง ๆ สอนแบบตลก ๆ
  2. Content ต้องเกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมาย – การเลือกเนื้อหาให้เกี่ยวข้องนั้นสำคัญมาก มีหลายครั้งที่แบรนด์เน้นทำเนื้อหาตลกอย่างเดียว แต่ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมายเลยแม้แต่น้อย ซึ่งถึงแม้จะได้ยอดวิวเยอะ ก็จะได้จากกลุ่มคนที่เราไม่ต้องการ และไม่มาซื้อสินค้าเราอยู่แล้ว
  3. Content ต้องสม่ำเสมอ – คำว่าสม่ำเสมอในที่นี้หมายถึงทั้ง เนื้อหา และ ระยะเวลาของการออก Content ใหม่ ด้วยนะครับ คนส่วนใหญ่ชอบสิ่งที่มีความสม่ำเสมออยู่แล้ว แม้แต่ผมยังชอบคนเสมอต้นเสมอปลายเลยครับ #ความรักก็เช่นกัน
  4. Content ต้องจริงใจ – เนื้อหาของ Content ต้องทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าเราให้ข้อมูลเค้าอย่างจริงใจครับ ไม่มีการแอบ Tie-in โฆษณาที่บางครั้งไม่ค่อยเนียน กลายเป็นทำให้ผู้ชมรู้สึกไม่ดีเหมือนโดนหลอกมาฟังเราขายของ หรือถ้าจะขายของก็ทำให้เห็นชัดไปเลยว่าเราขายของนะ แบบนี้ผู้ชมยังรู้สึกขอบคุณเรามากกว่า
  5. Content ต้องมีคุณค่า – อย่างที่ย้ำกันไว้ก่อนหน้านี้ หัวใจหลักของ Content Marketing คือ การสร้างเนื้อหาที่มี “คุณค่า” ครับ ตราบใดที่เราทำ Content โดยคำนึงถึงเรื่องนี้ คุณก็จะไปถึงกลุ่มเป้าหมายได้แน่นอน

ขอบคุณทุกท่านที่อ่านบทความกันมาจนจบครับ (ส่วนใครที่ Scroll ข้ามมาอ่านตอนจบเลย ก็ขอบคุณเช่นกันครับที่แวะเข้ามาอ่าน)

หวังว่าบทความนี้จะให้ความกระจ่างเรื่อง Content Marketing ไม่มากก็น้อยครับ บทความนี้เขียนขึ้นมาจากข้อสงสัยหลาย ๆ ข้อที่ผมเจอด้วยตัวเอง และสอบถามหลาย ๆ คนที่สนใจด้าน Digital Marketing มา

ถ้าอ่านแล้วสนใจด้าน Content Marketing ขึ้นมา ทางทีมงานก็มีบทความภาคต่ออยากให้อ่าน นั่นคือ วิธีสร้าง Content ให้ยอดแชร์ทะลุโลก ด้วยเทคนิค STEPPS

หากท่านเพิ่งเคยเข้ามาอ่านเว็บไซต์นี้ และอยากรู้ศัพท์ Digital Marketing อีกคำที่กำลังได้รับความนิยม นั่นคือ Growth Hacking สามารถอ่านเรื่องราวได้ที่บทความ Growth Hacking คืออะไร ? ทำไมคนทำธุรกิจ / Startup ต้องรู้ ครับผม

สุดท้ายนี้ ถ้าท่านสนใจเทคนิคดี ๆ ในการพัฒนาธุรกิจ / Startup ของคุณ และอยากอ่านบทความใหม่ ๆ จากเราก่อนใคร สามารถทำการลงทะเบียน Email ในกล่องสีเหลืองด้านล่างนี้ได้ครับ

ถ้าชอบ รบกวนกดไลค์ กดแชร์ เป็นกำลังใจให้เว็บเปิดใหม่กับทีมงานกลุ่มเล็ก ๆ นี้ครับ

ถ้าบทความนี้มีประโยชน์ ฝากแชร์ให้ท่านอื่น ๆ ด้วยนะครับ 😀
Share on Facebook883Tweet about this on TwitterShare on Google+0Share on LinkedIn3Email this to someone

คุณอยากอ่านบทความแนวนี้อีกมั้ย ?

ลงทะเบียนรับ GrowthBee Newsletter เพื่ออ่านบทความใหม่ ๆ ด้าน Data Science ก่อนใคร !!

เราสัญญาว่าจะไม่มีการแสปมใด ๆ ทั้งสิ้น และคุณสามารถยกเลิกรับข่าวสารตอนไหนก็ได้