ปกติแล้วผมไม่ค่อยชอบเขียนเรื่องแนวโน้มหรือเทรนด์ (trends) สักเท่าไหร่ครับเพราะผมคิดว่าเทรนด์มันเปลี่ยนไปได้เรื่อยๆ และบทความนี้จะไม่มีความหมายในปีหน้าครับ แต่ผมดูๆแล้ว ผมคิดว่ามันมีอะไรหลายๆอย่างที่คนทำโฆษณาเฟสบุ๊คยังไม่เข้าใจ โดยเฉพาะเรื่องเทรนที่กำลังจะเข้ามาครับ

ถ้าคุณไม่เข้าใจว่าแนวโน้มการทำโฆษณาเฟสบุ๊คจะเป็นยังไง คุณก็ไม่สามารถทันเกมส์ได้ครับ เพราะว่าการทำโฆษณาเฟสบุ๊คมันต้องอาศัยการเข้าใจระบบของเขาและปรับตัวเข้าหาครับ

อย่าปล่อยให้มารู้ตัวก็ตอนที่คู่แข่งของคุณผ่านไปไกลแล้วนะครับ

สิ่งที่ผมเขียนในวันนี้คือความรู้สึกที่ผมได้มาจากการทำโฆษณาเฟสบุ๊คหลายร้อยโฆษณาต่อเดือนนะครับ และผมเห็นความแตกต่างเล็กๆน้อยๆพวกนี้อย่างชัดเจนครับ

ผมหวังว่าคุณจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากการอ่านบทความนี้ครับ

วิดีโอจะเข้ามาแทนที่โฆษณาทั่วไป

ตั้งแต่ต้นปี 2017 ผมได้เห็นว่าเฟสบุ๊คเริ่มจะให้ความสำคัญกับวิดีโอมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ ผมได้เขียนเกี่ยวกับสถิติเรื่องวิดีโอโฆษณาเฟสบุ๊คที่นี่ครับ

ตอนเมื่อก่อนเราอยากจะดูวิดีโอ เราต้องไปดูที่ Youtube หรือไม่ก็ Mthai ใช่ไหมครับ? แต่ตอนนี้เฟสบุ๊คเห็นถึงความสำคัญของวิดีโอแล้วเกิดอยากจะแข่งกับ Youtube ขึ้นมาครับ

ถึงแม้จะไม่มีใครแข่งโดยตรงกับ Youtube ได้ แต่บริษัทที่สามารถทำให้ Youtube กังวลว่าจะเสียส่วนแบ่งทางการตลาดก็ Facebook เลยครับ ปกติเว็บใหญ่ๆแบบนี้ถ้าเขามีคู่แข่งและเขาชนะไม่ได้ เขาจะซื้อเอาครับ แต่นี้ Youtube ซื้อ Facebook ไม่ได้

มาร์ค ซักเกอร์เบิก ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Facebook ได้ออกมาบอกครับว่าคนที่ใช้เฟสบุ๊คดูวิดีโอโดยเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 100 ล้าน ชั่วโมงต่อวันครับ และวิดีโอทำให้คนอยู่ในเว็บนานกว่ารูปทั่วไปถึง 135 เปอร์เซ็นครับ (อ่านเพิ่มเติมที่นี้)

และผลสำรวจได้บอกว่า ในปีต่อๆไปคนที่ทำโฆษณาในเฟสบุ๊คจะใช้วิดีโอมากขึ้นถึง 46% ครับ

ถ้าใครที่ยังไม่เข้าใจ ผมอธิบายให้ฟังแบบนี้นะครับว่าบริษัทที่ทำเว็บโซเชี่ยวมีเดียเนี้ย เขาจะเน้นไปที่ตัวแปรวัดผลอะไรตัวหนึ่งครับ และในที่นี้เฟสบุ๊คเน้นไปที่การทำให้คนอยู่ในเว็บ/แอ๊บ นานขึ้นครับ

เพราะฉะนั้นถ้าเฟสบุ๊คไม่สนับสนุนให้คนใช้วิดีโอในเว็บมากขึ้น เฟสบุ๊คก็จะกลายเป็นเว็บที่ล้าหลังอย่าง ทวิทเตอร์ (Twitter) ในตอนนี้ครับ

Facebook Live จะมาแรงยิ่งกว่าเดิม

ตอนนี้ก็มีคนใช้ Facebook live ขายของกันอยู่แล้วนะครับ ถ้าใครที่เล่นเฟสบุ๊คบ่อยๆก็คงไม่ต้องสงสัยเลยครับว่าเทรนในการใช้ Facebook Live จะมาแรงยิ่งกว่าเดิม

เหตุผลก็เหมือนที่ผมบอกไปข้างบนเลยครับว่าเฟสบุ๊คอยากที่จะให้คนอยู่ในเว็บนานๆ และหนึ่งในวิธีที่ทำให้คนอยู่ในเว็บนานๆได้นั้นก็คือให้คนสร้างคอนเทนท์ (content) ที่มีประโยชน์และน่าสนใจอย่าง Facebook Live ครับ

คุณจะเห็นนะครับว่าเพจหลายๆ เพจ โพสอะไรมาไม่มีใครเห็น แต่ถ้า Live เมื่อไหร่ เฟสบุ๊คจะส่งแจ้งเตือนมาทันทีครับ เพราะว่าเฟสบุ๊คอยากจะให้เราใช้ live เยอะๆ ครับ

เทรนของการถ่ายทอดสดไม่ได้มีอยู่แค่ในเฟสบุ๊คนะครับ เพราะว่า Youtube ก็ทำเหมือนกันครับ และ Youtube ก็ให้ความสำคัญด้วยการแจ้งเตือนให้กับ subscribers ได้เห็นด้วยครับ

เทรนในการถ่ายทอดสดจะอยู่เรื่อยๆ และก็จะแรงขึ้นไปเรื่อยๆด้วยครับ ถ้าคุณทำธุรกิจอยู่แล้วและไม่เคยลองถ่ายทอดสด ลองทำดูครับ

สำหรับคนที่อยากจะทำ Facebook live ผมมีคำแนะนำให้สักหน่อยนะครับ เพราะว่าคนส่วนใหญ่ทำไม่ค่อยถูกกันเท่าไหร่

ทำอีเว้นท์ (event) ขึ้นมาก่อน: ตัวนี้จะเป็นเหมือนตัวโฆษณาถ่ายทอดสดของคุณอีกทีครับ เพื่อบอกให้กลุ่มเป้าหมายหรือแฟนเพจของคุณรู้ว่าคุณกำลังจะ live วันนี้ เวลานี้ นาทีนี้นะ

เพราะถ้าคุณอยู่ๆมาทำ live เลย บางทีคนที่เขาอยากจะดูคุณ เขาอาจจะไม่สะดวกครับ

ใช้ hashtag เดิมตลอด: หลายๆคนที่ทำ live ใช้ hashtag ไม่เป็นครับ ถ้าคุณจะทำ live บ่อยๆ ผมแนะนำให้คุณเลือกใช้ hashtag เดิมตลอดนะครับ เพราะคนที่อยากดูคุณเขาจะได้หาคอนเทนของคุณง่ายๆ หรือแม้แต่คนที่ไม่รู้จักคุณ เขาก็อาจจะเจอคุณจาก hashtag ครับ

โพสสรุป live: นี้คือการที่คุณสามารถเรียก engagement จากคนที่ดู live ของคุณอีกต่อด้วยการให้เขามาอ่านโพสที่คุณสรุปว่า live ของคุณคืออะไร และคุณจะได้แชร์ส่วนนี้ด้วยครับ

Live ทั้งทีก็ต้องทำให้มันได้ประโยชน์กับคุณที่สุดครับ

การเติบโตแบบก้าวกระโดดของ AR/VR (โลกเสมือนจริง) ในเฟสบุ๊ค

ในอีเว้นท์ที่ชื่อว่า F8 ที่เฟสบุ๊คจัดขึ้น เฟสบุ๊คได้บอกเป็นทางการแล้วครับว่าเฟสบุ๊คจะพัฒนาเทคโนโลยี AR/VR ให้มากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ

ตอนนี้เราก็เห็นว่าเฟสบุ๊คและแอพต่างๆก็ได้ใช้ AR ไปแล้วนะครับ ถ้าใครยังไม่คุ้นหูกับคำๆนี้ ผมมีตัวอย่างให้ดูครับว่ามันเป็นยังไง

เจ้าตัวเทคโนโลยีแบบ AR (augmented reality) นี้ก็คงไม่ต้องอธิบายอะไรมากแล้วนะครับ เพราะหลายๆคนก็คงจะคุ้นเคยและเคยใช้กันอยู่แล้ว

เฟสบุ๊คจะทำแว่นมาให้กับเจ้าตัว AR ด้วยครับ

ส่วนเจ้าตัว VR (virtual reality) ก็คือตัวที่เราต้องใส่แว่นแล้วมันจะเป็นเหมือนเราอยู่อีกโลกหนึ่งเลยครับ เรียกอีกแบบก็คือโลกเสมือนจริงนั้นเองครับ

ใส่อุปกรณ์แบบนี้ครับ

เฟสบุ๊คจะทำให้คุณสามารถเจอกับเพื่อนหรือคุยกับลูกค้า (เป็นตัวการ์ตูน) ได้โดยการใช้ระบบของ Facebook VR ที่เรียกว่า Facebook space ได้เลยครับ

คุณจะสามารถได้อารมย์คล้ายๆกับการทำ Video call ครับแตจะมากกว่าเพราะเหมือนคุณเข้าไปอยู่ในโลกการ์ตูนกับเพื่อนของคุณเลย

เฟสบุ๊คอยากจะพัฒนาตัวนี้มานานแล้วครับ เพราะว่าเฟสบุ๊คซื้อบริษัทที่ทำอุปกรณ์เพื่อดู VR ชื่อว่า Oculus Rift มาสักพักใหญ่ๆแล้วครับ

ไม่ว่าตอนนี้จะมีกระแสต่อต้านมากแค่ไหน ผมก็เชื่อครับว่าในอนาคต AR/VR จะเข้ามาอยู่ในชีวิตของเรามากขึ้นกว่าเดิมเยอะครับ

ถ้าใครไม่เตรียมตัวเอาไว้ ก็อาจจะตกยุคได้ครับ

ภาพเคลื่อนไหวแบบ GIF

ภาพแบบเคลื่อนไหวแบบ gif ที่ผมให้ดูข้างบนนี้จะดีคล้ายๆกับวิดีโอเพียงแต่ว่าจะทำง่ายกว่าและไม่หนักเท่ากับวิดีโอครับ สามารถใช้ในคอมเม้นได้ด้วย

ถึงแม้รูป gif พวกนี้อาจจะดูไม่ซีเรียสและเป็นทางการเท่าไหร่ แต่จริงๆแล้วธุรกิจหลายๆธุรกิจพยายามปรับการใช้รูป gif ให้เข้ากับแผนการตลาดในโซเชี่ยวมีเดียอยู่ครับ

ตัวอย่างข้างล่างครับ

รูป gif จะเข้ามาแทนวิดีโอสั้นครับ เพราะดูง่ายและสามารถใช้ได้ที่ไหนก็ได้โดยที่ไม่หนักและเปลืองพื้นที่เท่ากับวิดีโอครับ

คำแนะนำ: สำหรับคนที่อยากจะใช้ gif เพื่อที่จะทำการตลาดในโลกโซเชี่ยวมีเดีย ต้องจำไว้นะครับว่าพยายามให้ gif ของคุณเรียบง่ายและไม่มีเอฟเฟกอะไรเลยครับ ไม่งั้นมันจะใช้ไม่ได้ครับ

เทรนการกดแล้วปล่อยเพื่อถ่ายวิดีโอเลย

ตอนนี้เทรนนี้กำลังมาแล้วครับ แต่สำหรับคนที่ไม่เคยเห็นก็ไม่ต้องแปลกใจนะครับเพราะตัวนี้กำลังทำได้เฉพาะคนที่ใช้มือถือระบบ IOS เท่านั้นครับ คนที่ใช้ Android ยังไม่สามารถทำได้ครับ

การทำก็ไม่ยากครับ ก็เหมือนคุณกดส่งข้อความเสียงในแอพไลน์หรือวีแชท (wechat) ต่างๆ ครับ ก็แค่กดค้างเอาไว้แล้วก็ปล่อยครับ แค่นั้นก็จะได้วิดีโอมาใช้เลย

อย่างที่ผมบอกไปครับว่าเทรนเรื่องการใช้วิดีโอกำลังมาแรงมากครับและมันจะเป็นส่วนสำคัญของการทำการตลาดบนเฟสบุ๊คเลยครับ

วิดีโอ/รูป 360 องศา

วิดีโอ หรือ รูป 360 องศาตอนนี้กำลังมาแรงไม่ใช่แค่ในเฟสบุ๊คครับ ทุกๆที่รวมถึง Youtube ด้วยครับ เพราะว่ามันเป็นมิติใหม่สำหรับการดูวิดีโอสำหรับใครหลายๆคนเลยครับ

ตอนนี้เฟสบุ๊คก็อยากจะให้คนหันมาใช้วิดีโอแบบนี้อยู่ครับ เพราะไม่ว่าจะเป็นการโฆษณาแบบไหน คนเราก็จะมีเทคโนโลยีมาใหม่เพื่อให้ผู้บริโภคได้ดื่มด่ำประสบการณ์ที่ยิ่งกว่าและดีกว่าอยู่เสมอครับ และ วิดีโอ 360 องศาเป็นหนึ่งในตัวอย่างนั้นครับ

Chat bot จะมาช่วยทำธุรกิจ

เฟสบุ๊คได้ออกมาบอกว่าตอนนี้เฟสบุ๊คมี 100,000 chat bot ที่กำลังทำงานอยู่ใน Messenger ที่จะคอยตอบคำถาม, ช่วยแก้ปัญหาทั่วไป หรือแม้แต่ช่วยจองตั๋วเครื่องบินต่างๆครับ

Chat bot จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงการทำธุรกิจ เพราะว่า Chat bot สามารถทำหน้าที่อะไรได้เกือบจะเหมือนกับคนทุกอย่างครับ

จริงๆแล้ว ถ้าเราลองคิดดูดีๆ Chat bot มันอยู่กับเรามานานแล้วนะครับ เราก็คุ้นเคยกับการพูดกับ Siri และ Google assistant มาแล้วครับ chat bot ก็ไม่ต่างกันครับ

สิ่งที่ได้จากบทความนี้

เทคโนโลยีคือตัวขับเคลื่อนเทรนและแนวโน้มทางการตลาดครับ ถ้าเราเข้าใจเรื่องเทคโนโลยีและรู้ว่าอันไหนจะสามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเราได้ เราก็จะสามารถจับทางเทรนหรือแนวโน้มของโซเชี่ยวมีเดียครับ

โซเชี่ยวมีเดียจริงๆแล้วก็เหมือนสังคมหนึ่งเท่านั้นครับ อะไรที่เปลี่ยนแปลงรอบๆตัวเรามันก็จะไปกระทบกับอะไรที่เราเห็นในโซเชี่ยวมีเดียด้วย และในประเทศของเรา โซเชี่ยวมีเดียที่ขับเคลื่อนเทรนก็ยังเป็น Facebook อยู่ครับ

ผมหวังว่าคุณจะได้แนวทางการบทความนี้เอาไปปรับใช้กับแผนการทำธุรกิจของคุณในโลกโซเชี่ยวมีเดียต่อไปในปี 2018 ครับ

ถ้ามีคำถามอะไร สามารถถามผมได้ในคอมเม้นเลยครับ

ถ้าใครที่ชอบบทความของผม สามารถกดติดตามบล็อก Growthbee หรือ อ่านบทความที่เกี่ยวกับเทคนิคการทำโฆษณาเฟสบุ๊คและ AdWords ได้ในบล็อก (zozav) ของผมได้เลยครับ

สำหรับวันนี้ขอให้โชคดีและรวยๆครับ 🙂

คุณอยากอ่านบทความแนวนี้อีกมั้ย ?

ลงทะเบียนรับ GrowthBee Newsletter เพื่ออ่านบทความใหม่ ๆ ด้าน Data Science ก่อนใคร !!

I agree to have my personal information transfered to MailChimp ( more information )

เราสัญญาว่าจะไม่มีการแสปมใด ๆ ทั้งสิ้น และคุณสามารถยกเลิกรับข่าวสารตอนไหนก็ได้